มู ล นิ ธิ ค รู บุ ญ ชู เ พื่ อ เ ด็ ก พิ เ ศ ษ
     หากพูดถึง "เด็กพิเศษ" หลายคนคงนึกถึงภาพของ เด็กที่มีความพิการทางสมอง ต้องคอยดูแลและให้ความสนใจอย่างใกล้ชิด
  และบางท่านอาจนึกไปถึง เด็กที่ไร้ความสามารถและมองว่าเป็นภาระทางสังคม
  แต่.....ในเมื่อพวกเขาไม่สามารถเลือกที่จะเกิดมา ให้เป็นบุคคลที่มีความสมบูรณ์ หรือมีรูปร่างหน้าตาหรือสติปัญญาที่เป็นปรกติ
  ดังเช่นบุคคลทั่วไปได้ ดังนั้นคนที่เป็นพ่อแม่หรือผู้ปกครองที่ให้การดูแล ก็ต้องคอยเสียสละและทุ่มเทเพื่อลูกคนนี้ให้ดีที่สุดตาม
  แต่กำลังและความสามารถของตน เท่าที่ตนเองจะทำได้ดีที่สุดไปจนตลอดชีวิต.....
      เด็กที่เป็น ออทิสติก หรือเรียกกันว่า  "เด็กพิเศษ"  หลายคนถูกพ่อแม่ทอดทิ้ง  ขาดการดูแลเอาใจใส่หรือการเลี้ยงดูที่ถูกต้อง
  อันเนื่องมาจากหลายเหตุผลในครอบครัวเช่น รับไม่ได้กับสภาพของบุตรที่เกิดมาและอีกหลายครอบครัวก็ไม่มีเวลาพอที่จะดูแล
  ลูกของตนเองได้ อันเนื่องมาจากสภาพเศรษฐกิจปัจจุบัน  ที่ต้องทำงานมา เพื่อหารายได้จุนเจือครอบครัว จนทำให้เด็กถูกทอด
  ทิ้งหรือไม่ได้รับการดูแลที่เหมาะสม ซึ่งจะก่อให้เกิดปัญหากับเด็กและครอบครัวขึ้นในอนาคต.....
       เมื่อปี พ.ศ.2552 ครูบุญชู ม่วงไหมทอง.....อดีตข้าราชการครู จากโรงเรียนบ้านเขาบายศรี  ตำบลพลูตาหลวง  อำเภอสัตหีบ
  จังหวัดชลบุรี ได้ร่วมมือกับผู้ปกครองจัดตั้งชมรมครูผู้ปกครองเด็กพิเศษบ้านเขาบายศรี และได้จัดสร้างอาคารเรียนสำหรับเด็ก
  พิการทุกประเภท มีทั้งเด็กเล็ก และเด็กโตโดยใช้ชื่อว่า " มูลนิธิบ้านครูบุญชูเพื่อเด็กพิเศษ "
  มูลนิธิบ้านครูบุญชู ตั้งอยู่เลขที่ 117/1 หมู่ 5  ตำบลพลูตาหลวง  อำเภอสัตหีบ  จังหวัดชลบุรี โดยมีนางบุญชู ม่วงไหมทอง เป็น
  ประธาน และมีคณะกรรมการจำนวน 8 คน มูลนิธิบ้านครูบุญชู ตั้งอยู่บนที่ดิน 2 ไร่  ได้รับการสนับสนุนจาก  นางสาย สังข์เงิน
  จำนวน 1 ไร่ 200 ตารางวา และอีก 200 ตารางวา ได้มาจากผู้ใจบุญร่วมกันสมทบทุนซื้อ  โดยเน้นการอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข
  และให้เด็กมีการพัฒนาการตามศักยภาพของตน.
     วัตถุประสงค์... สำหรับวัตถุประสงค์ของมูลนิธิครูบุญชูเพื่อเด็กพิเศษ ก็เพื่อการมุ่งมั่นที่จะพัฒนาให้เด็กพิการสามารถใช้ชีวิต
  ในสังคมได้อย่างเป็นสุข และส่งเสริมให้เด็กมีพัฒนาการ ให้สามารถช่วยเหลือตนเองได้บ้างในเบื้องต้น  และส่งเสริมทางด้าน
  กีฬาเพื่อให้เด็กมีพัฒนาการทางด้านร่างกาย ให้เป็นไปตามวัยของตนเอง และเพื่อให้เด็กได้รับการยอมรับในสังคม.
     เด็กพิเศษที่มูลนิธิครูบุญชู ได้รับไว้อยู่ในความดูแลในปัจจุบันมีจำนวนทั้งสิ้น 165 คน โดยแบ่งเป็นเด็กชาย 130 คน เด็กหญิง
  35 คน โดยนอกเหนือไปจาก เด็กที่มีความพิการหรือบกพร่องทางสติปัญญาและออทิสติกแล้ว ทางมูลนิธิฯยังได้รับเอา เด็กที่มี
  ความบกพร่องทางการมองเห็น การได้ยิน หรือพิการซ้ำซ้อนรับไว้ดูแลด้วย
     บุคลากร... บุคลากรในมูลนิธิฯ มีทั้งหมด 35 คน โดยแบ่งตามหน้าที่ความรับผิดชอบอันได้แก่
  1. ครูพละ, 2. ครูดนตรี, 3. พี่เลี้ยงดูแลเด็ก, 4. นักสังคมสงเคราะห์ และจิตวิทยา, 5. ฝ่ายจัดหารายได้, 6. แม่ครัว, 7. แม่บ้าน,
  8.พนักงานขับรถ
     การดูแลเด็กออทิสติก... เป็นภารกิจที่ค่อนข้างยาก ต้องใช้ความเสียสละและความอดทน มีจิตใจที่เป็นกุศลต้องการช่วยเหลือ
  เพื่อนมนุษย์ เนื่องจากเด็กจะไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ บางรายมีพฤติกรรมก้าวร้าวชอบใช้ความรุนแรง ผู้ดูแลก็ต้องมีความ
  เข้าใจ และมีความรู้ในพฤติกรรมของเด็กเพื่อการแก้ปัญหาที่ถูกต้อง
  ส่วนเด็กที่มีความพิการทางสมอง อันเนื่องมาจากความผิดปรกติในด้านการพัฒนาการอย่างรอบด้าน เช่นการพัฒนาการในการ
  พูดที่ล่าช้า ทักษะในด้านความจำที่ไม่ดี ทักษะการช่วยเหลือตัวเอง และทักษะของการดูแลตัวเอง ซึ่งทั้งนี้อันเนื่องมาจากสภาพ
  เศรษฐกิจในปัจจุบัน ส่งผลให้พ่อแม่ต้องทำงานหาเงินเพื่อมาจุนเจือครอบครัว ทำให้ไม่มีเวลาดูแลลูกของตนได้อย่างเหมาะสม
  จึงจำเป็นต้องนำเด็กของตนมาฝาก ให้อยู่ในความอุปการะของมูลนิธิครูบุญชูฯ
    สำหรับเด็กออทิสติก แบ่งออกเป็น 2 ระดับ ประกอบไปด้วย เด็กออทิสติก ที่ช่วยเหลือตนเองได้ สามารถเรียนร่วมกับเด็กทั่ว
  ไปหรือเด็กปรกติได้ ทางมูลนิธิฯ ก็จะส่งเด็กไปเรียนร่วมกับเด็กปรกติในทุกวันเช่นเดียวกับเด็กทั่วไป เพื่อให้เด็กมีพัฒนาการที่
  เหมาะสมต่อไป และเด็กออทิสติกที่ไม่สามารถช่วยเหลือตนเองได้ ก็ต้องมีผู้ดูแลอย่างใกล้ชิด
  สำหรับค่าใช้จ่ายของบ้านมูลนิธิฯ โดยเฉลี่ยเป็นค่าน้ำค่าไฟประมาณเดือนละ 2 แสนบาท สำหรับเด็กที่อยู่ในความดูแลและผู้ที่
  บุคลากรรวมแล้วเกือบ 200 ชีวิต  ที่อยู่ในมูลนิธิครูบุญชูเพื่อเด็กพิเศษแห่งนี้  รายได้ของมูลนิธิฯในการใช้จ่ายได้มาจากการรับ
  บริจาคของ องค์กรเอกชน หน่วยงานราชการ ชมรมและกลุ่มบุคคลรวมถึงบริษัทห้างร้านต่างๆที่ให้ความอนุเคราะห์ช่วยเหลือ
กิจกรรมให้เด็กได้สวดมนต์
ทำสมาธิฝึกจิตใจ
(คลิ๊กที่นี่เพื่อรับชมภาพ)
  กิจกรรมภายในหนึ่งวันของมูลนิธิครูบุญชูเพื่อเด็กพิเศษ... ในตอนเช้าเด็กทุกคนจะตื่นขึ้นมา ทำภารกิจของตนเองเช่นล้างหน้า
  แปรงฟันเข้าห้องน้ำ โดยการสอนให้เด็กรู้จักการช่วยเหลือตนเองให้ได้มากที่สุด จากนั้นนำมารับประทานอาหารเช้าร่วมกันและ
  ส่งเด็กที่สามารถเรียนร่วมกับเด็กปรกติได้ นำส่งไปยังโรงเรียนในพื้นที่ด้วยรถของมูลนิธิฯ และเด็กที่อยู่ในมูลนิธิฯก็จะมีการจัด
  การเรียนการสอนเท่าที่เด็กจะรับได้จนถึงเวลาเที่ยงวัน มูลนิธิฯจะมีกิจกรรมให้กับเด็กอย่างสม่ำเสมอเพื่อส่งเสริมเชาวน์ปัญญา
  และความสามารถตามแต่ละของบุคคล ทำให้รู้สึกถึงความไม่แปลกแยกจากเด็กปรกติทั่วไป หรือเป็นมูลนิธิฯแค่เพื่อรับเด็กให้มา
  อยู่ภายในรั้วสี่เหลี่ยมหรือเพียงแค่ให้เด็กกินหรือนอนเท่านั้น แต่ทางมูลนิธิจะมีการส่งเสริมให้เด็กเล่นกีฬาคนพิการ หรือการส่ง
  เสริมการแข่งขันเชาวน์ปัญญาของคนพิการ การจัดให้เด็กไปทัศนศึกษาหรือแม้กระทั่งในวันพิเศษการพาเด็กไปพักผ่อนเช่นการ
  พาไปทะเล โดยการสนับสนุนจากหน่วยงานราชการในพื้นที่ อำนวยความสะดวกให้ในด้านต่างๆและยานพาหนะ
  สเปเชียลโอลิมปิค... เป็นองค์กรระหว่างประเทศ มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้พิการทางสมอง และปัญญาส่ง
  เสริมการยอมรับในสังคม ระหว่างคนปรกติกับผู้พิการทางสมองและปัญญา และเพื่อยกย่องความสามารถของผู้พิการ และเมื่อ
  วันที่ 26-27 พฤศจิกายน 2559 มูลนิธิฯได้นำเด็กเข้าร่วมการแข่งขันกีฬาคนพิการทางปัญญาชิงแชมป์แห่งประเทศไทย ครั้งที่ 2
  ประจำปี 2559 ณ.สนามศุภชลาศัย   (คลิ๊กที่นี่เพื่อรับชมภาพขนาดใหญ่)
  เมื่อวันที่ 27-30 กันยายน 2559 มูลนิธิฯได้นำเด็กเข้าร่วมการแข่งขัน ฟุตบอลสเปเชียลโอลิมปิคชิงแชมป์ประเทศไทย ณ.ศูนย์
  กีฬามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์รังสิต   (คลิ๊กที่นี่เพื่อรับชมภาพขนาดใหญ่)
  การแข่งขันทักษะกลไกและเต้นแอโรบิค จัดขึ้นโดยสเปเชียลโอลิมปิคแห่งประเทศไทย เพื่อเป็นตัวแทนติดต่อกับองค์กรและ
  บุคคลที่ทำงานเกี่ยวกับคนพิการทางสมองและปัญญา ปัจจุบันจดทะเบียนเป็นนิติบุคคลกับการกีฬาแห่งประเทศไทย ซึ่งใน
  ปัจจุบันมีนักกีฬาที่พิการทางสมองและปัญญาเข้าร่วมโครงการกว่า 15000 คนจากทั่วประเทศ และเมื่อวันที่ 22-23 กันยายน
  2559 ทางมูลนิธิฯได้นำเด็กไปแข่งขัน ณ.มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต  (คลิ๊กที่นี่เพื่อรับชมภาพขนาดใหญ่)
  ในตอนเที่ยงวันหากวันไหนมีผู้ใหญ่ใจดี... มาจัดกิจกรรมมาร่วมทำบุญด้วยการเลี้ยงอาหารกลางวันให้กับเด็กๆ ในวันนั้นเด็ก
  ก็จะมีความรู้สึกดีใจและจะตื่นเต้นกันเป็นพิเศษ และจะร่วมทำกิจกรรมในวันนั้นกันอย่างมีความสุข แต่หากไม่มีกิจกรรมจาก
  ภายนอก หลังทานอาหารกลางวันทางมูลนิธิฯก็จะทำกิจกรรมให้เด็กๆได้สนุกสนานผ่อนคลายด้วยการเปิดเพลงให้เด็กๆได้
  เต้นได้ขยับแขนขาได้ออกกำลังกาย และในช่วงบ่ายเด็กพิเศษจะมีความเหนื่อยล้าอ่อนเพลียง่ายกว่าเด็กปรกติทั่วไป บางคน
  ต้องการนอนหลับพักผ่อน บางคนเรี่ยวแรงยังเหลือก็จะนั่งเล่นอยู่ในพื้นที่ของมูลนิธิฯ  (คลิ๊กที่นี่เพื่อรับชมภาพขนาดใหญ่)
  ในช่วงเย็นหรือในยามว่าง... จะมีการให้เด็กทำการฝีมือ สินค้าโอทอป น้ำยาล้างจาน ปุ๋ยชีวภาพ ไว้เพื่อจำหน่ายและเพื่อใช้เอง
  ในมูลนิธิฯทั้งนี้ก็เพื่อการประหยัดค่าใช้จ่ายภายในบ้านของมูลนิธิฯ โดยผู้ฝึกสอนเด็กก็จะเป็นผู้ชำนาญในการทำงานฝีมือและ
  งานประดิษฐ์หรือด้านการเกษตร ร่วมกันทำบุญสละเวลามาช่วยสอนงานฝีมือและเกษตรกรรมให้แก่เด็กๆ ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับความ
  พร้อมทางด้านร่างกายของเด็ก และความชอบหรือตามแต่ความถนัดของเด็กในมูลนิธิฯนั่นเอง  (คลิ๊กที่นี่เพื่อรับชมภาพใหญ่)
       เมื่อประมาณ วันที่ 26 สิงหาคม พ.ศ.2559... ผมได้มีโอกาสเข้าไปเยี่ยมเยียน "บ้านครูบุญชูเพื่อเด็กพิเศษ" แห่งนี้เพื่อต้องการ
  อัพเดทข้อมูลในการทำงานว่าต้องมีสิ่งใดแก้ไขในหน้าเว็บบ้าง ในปัจจุบันมูลนิธิมีเด็กมาอาศัยอยู่เพิ่มขึ้น บุคลากรแต่ละท่านที่
  มีหน้าที่ดูแลเด็ก ล้วนแต่มีความสำคัญในหน้าที่ของตนเอง แตกต่างกันไปทุกคน เช่นครูพละก็มีหน้าที่ในการฝึกสอนอบรมเด็ก
  ให้เด็กมีพัฒนาการ และได้รับการฝึกประสาทสัมผัส หรือแม้กระทั่งพนักงานขับรถที่ต้องรับและส่งเด็กจากมูลนิธิฯ ไปเรียนร่วม
  กับสถานศึกษาภายนอก
     
บ้านครูบุญชูเพื่อเด็กพิเศษ... มิใช่สถานที่รับเลี้ยงเด็กที่มีความพิการไว้ในกำแพงสี่เหลี่ยมเท่านั้น แต่ยังมีการส่งเสริมให้เด็ก
  ได้เข้าร่วมในกิจกรรมต่างๆที่จัดให้มีขึ้นเพื่อส่งเสริมคนพิการอย่างสม่ำเสมอ เพื่อต้องการให้เด็กเป็นที่ยอมรับในสังคมว่าเป็นผู้
  มีความสามารถเช่นความสามารถด้านกีฬา ความสามารถด้านเชาวน์ปัญญาของคนพิการ รวมถึงการจัดกิจกรรมสันทนาการให้
  กับเด็กในวาระพิเศษจากผู้ใหญ่ใจดี หรือแม้กระทั่งผู้ที่ร่วมบริจาค หรือเลี้ยงอาหารกลางวันและร่วมทำกิจกรรมกับเด็กๆในบ้าน
     
การนำเสนอเรื่องราวของมูลนิธิฯ... มิได้ต้องการให้ท่านนำบุตรหลานมาฝากที่บ้านครูบุญชู เพื่อให้เลี้ยงดูแทนครอบครัวนะ
  ครับ ที่สัตหีบมีหลายครอบครัวที่มิได้มีฐานะร่ำรวย แต่มีบุตรที่มีความพิการตั้งแต่กำเนิด แต่พ่อและแม่รวมถึงสมาชิกในครอบ
  ครัวต่างก็อยู่กันด้วยความรัก ปฎิบัติกับลูกเหมือนคนปรกติทั่วไป พามาออกกำลังกายที่สวนสาธารณะ ไปซื้อของ ดูหนังสือเป็น
  ปรกติการอยู่รวมกันเป็นครอบครัวพร้อมหน้าพร้อมตากันดีที่สุดแล้วครับ
     
ภาพประกอบหน้าเว็บเพจ... ได้มาจากมูลนิธิฯและจากผู้ที่เคยมาทำบุญที่บ้านครูบุญชู ผมนำมาประกอบในการทำงานเพื่อ
  ให้ท่านได้เห็นภาพของมูลนิธิฯ เพื่อเป็นเครื่องยืนยันในวัตถุประสงค์การทำงานของบ้านครูบุญชูเพื่อเด็กพิเศษแห่งนี้
    
และภาพชุดสุดท้าย... ก็จะเป็นภาพความสุขเล็กๆน้อยๆ เท่าที่กำลังของมูลนิธิแห่งนี้จะทำให้เด็กในมูลนิธิได้ เป็นภาพของ
  วันลอยกระทงที่บรรดาครูพี่เลี้ยงและเด็กทำกระทงในรูปทรงต่างๆเพื่อใช้ในวันนั้น  (คลิ๊กที่นี่เพื่อรับชมภาพขนาดใหญ่)
   สุดท้ายนี้ขออวยพรให้ท่านที่มีจิตเป็นกุศลให้กับ...มูลนิธิบ้านครูบุญชูเพื่อเด็กพิเศษ การทำบุญของท่านในครั้งนี้ ขออวยพรให้
  ท่านมีอายุมั่นขวัญยืน เกิดชาติหน้าขอให้มีรูปโฉมและผิวพรรณที่งดงาม ทั้งชายและหญิง มีร่างกายที่สมบูรณ์ครบ 32 ประการ
  มีสุขภาพที่แข็งแรงไม่เจ็บป่วยออดแอด ประสบความเจริญก้าวหน้าในหน้าที่การงาน ปราศจากอุปสรรคใดๆ จากผลบุญที่ท่าน
  ได้ทำบุญในครั้งนี้.....
  ท่านสามารถให้ความช่วยเหลือมูลนิธิฯ ได้ตามที่อยู่ด้านล่างนี้.....
  มูลนิธิบ้านครูบุญชูเพื่อเด็กพิเศษ  117/1  หมู่ 5  ตำบลพลูตาหลวง  อำเภอสัตหีบ  จังหวัดชลบุรี  20180
  ติดต่อครูบุญชู โทรศัพท์  089-8095279
  ..............................................................................................................................................................................
  แนะนำให้ท่านโทรปรึกษาเรื่องการช่วยเหลือหรือการบริจาค หรือจะเป็นการเลี้ยงอาหารกลางวันให้แก่เด็กๆ
  ติดต่อโดยตรงกับครู.บุญชู ที่เบอร์โทรศัพท์ 089-8095279 เนื่องจากจะได้ทราบข้อมูลและความต้องการโดยตรง
  ในขณะนั้นว่าทางมูลนิธิฯ ต้องการสิ่งใดที่ขาดแคลนให้กับเด็กชาย หรือเด็กหญิงในมูลนิธิฯเป็นพิเศษ...ครับ