กลับสู่หน้าเมนูหลัก
แนะนำท่องเที่ยวสัตหีบ
ข้อมูลที่พักในสัตหีบ
ข้อมูลร้านอาหารในสัตหีบ
การเดินทางมาเที่ยวสัตหีบ
มีภาพสวยๆให้ชมกัน
แนะนำกีฬาน่าสนใจ




ประวัติวัดสัตหีบ
วัดสัตหีบ หรือที่คนทั่วไปรู้จักกันในนาม " วัดหลวงพ่ออี๋ " ก็เพราะว่า หลวงพ่ออี๋ เป็นผู้สร้างวัดนี้ขึ้นโดยตั้งอยู่เลขที่ 333
หมู่ 1 ถนนชายทะเล ตำบลสัตหีบ อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี โดยวัดถูกสร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ 2442 นายขำ และ นางเอียง ทองขำ
ได้ขอพระราชทานอธิบดีเป็นที่ดินว่างเปล่าเป็นป่าไม้ที่ไม่มีเจ้าของอนุญาติให้สร้างวัด ด้านเหนือติดทางเกวียน ด้านใต้ติดทะเลและ
ด้านตะวันตกติดป่า ด้านตะวันออกติดที่ดินบ้านสัตหีบ โดยในปัจจุบันวัดนี้มีเนื้อที่จำนวน 30 ไร่ 28 ตารางวา ได้รับพระราชทาน
วิสุงคามสีมาอุโบสถหลังแรกเมื่อวันที่ 21 กันยายน ร.ศ. 138 พ.ศ.2463 เนื้อที่ได้รับพระราชทาน กว้าง 2 เส้น ยาว 3 เส้น
ทำเนียบเจ้าอาวาสวัดสัตหีบ
1. พระครูวรเวทมุนี ( หลวงพ่ออี๋ พุทธสโร ) พ.ศ.2442 - พ.ศ.2489 รวม 47 ปี
2. พระครูศรีสัตตคุณ ( พ.ม.เกษม สนตุสสโก ) พ.ศ.2489 - พ.ศ.2496 รวม 7 ปี
3. พระครูศรีสัตตคุณ ( บัญญัติ โกมุทโท ) พ.ศ.2496 - พ.ศ.2527 รวม 31 ปี
4. พระครูวิบูลธรรมบาล ( เหล็ง ธมมปาโล ) พ.ศ.2527 - จนถึงปัจจุบัน
ประวัติของหลวงพ่ออี๋ พระครูวรเวทมุนี หรือที่ปรากฎในนามที่รู้จักกันทั่วไปว่า
" หลวงพ่ออี๋ " เพราะท่านชื่อ " อี๋ " ตั้งแต่เกิด
เป็นบุตรชายของ นายขำ และนางเอียง
ทองขำ เกิดวันที่ 1 ตุลาคม พ.ศ.2408 ตรงกับวันอาทิตย์ขึ้น 11 ค่ำเดือน 11
ปีฉลูที่บ้านตำบลสัตหีบ กิ่งอำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี
เมื่อท่านอายุได้ 25 ปีได้
เข้าอุปสมบทที่วัดอ่างศิลานอกมี พระอาจารย์จั่น จนทโส เป็นพระอุปัชฌาย์
โดยในครั้งนั้นพระอุปฌาย์ได้ตั้งฉายาให้กับท่านว่า " พุทธสโร "
ภายในวิหาร
เมื่อท่านอุปสมบทแล้วได้ศึกษาพระธรรมวินัย และศาสนพิธีในสำนักพระอุปัชฌาย์รวม 6
พรรษาโดยว่าเรื่องพระพุทธมนต์ หรือความแม่นยำในพระปาฏิโมกข์ และต่อมาได้ไปศึกษา
วิปัสสนาธุระ ในสำนักของท่านพระครูนิโรธาจารย์ ( หลวงพ่อปาน ) วัดบางเหี้ย ที่จังหวัด
สมุทรปราการ จนมีความชำนาญในสมถะวิปัสนาจึงได้กลับมาจำพรรษาที่วัดอ่างศิลาอีก
เมื่อพรรษาที่ 11 ท่านได้กลับมาเยี่ยมญาติที่วัดสัตหีบ และในพรรษานั้นเองท่านได้ร่วมมือ
กับญาติโยมจัดการย้ายสำนักสงฆ์เดิมที่มีอยู่ที่หัวตลาด มาสร้างที่วัดสัตหีบในปัจจุบัน
และญาติโยมได้อาราธนาให้ท่านปกครองวัดสัตหีบ สืบจนสิ้นอายุขัยของท่าน
ท่านเป็นเจ้าอาวาสรูปแรกและเป็นผู้สร้างวัดแห่งนี้เพราะทุกสิ่งทุกอย่างล้วนแต่ท่านมีส่วนในการสร้างเสมอ นับว่าท่านมีบุญคุณ
แก่วัดสัตหีบเป็นอันมาก ต่อมาท่านได้รับการแต่งตั้งให้เป็นเจ้าคณะตำบลสัตหีบเมื่อ พ.ศ 2467 และได้รับการแต่งตั้งให้เป็นพระ
อุปัชฌาย์ เมื่อตำบลสัตหีบได้รับการสถาปนาขึ้นเป็นกิ่งอำเภอ ท่านก็ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นเจ้าคณะแขวงกิ่งอำเภอสัตหีบในปี
พ.ศ.2484 โดยท่านได้รับสมณศักดิ์ขึ้นเป็นพระครูวรเวทมุนี ซึ่งท่านมีความรู้ทางด้านวิปัสสนาธุระซึ่งญาติโยมทั้งหลายต่างนิยม
มาให้ท่านปลุกเสกแม้ท่านจะได้รับสมณศักดิ์เป็นพระครูวรเวทมุนี แล้วก็ตามประชาชนทั่วไปก็ยังนิยมเรียกท่านว่า " หลวงพ่ออี๋ "
จริยวัตรของท่าน พระครูวรเวทมุนี หรือ หลวงพ่ออี๋ ท่านเป็นสุปฎิปัณโณรูปหนึ่ง เพราะท่านเต็มไปด้วยความเมตตาไม่รักหรือ
โลภโกรธหลง ในสิ่งรอบกายและเอกลาภใดๆ ไม่ว่าจะได้เงินทองหรือสิ่งของมีค่าต่างๆที่ชาวบ้านต่างมาถวายท่านก็มิได้ใยดีต่อสิ่ง
ของเหล่านั้นโดยท่านจะนำสิ่งของเหล่านั้นมากองๆไว้ในห้องส่วนตัวของท่าน ส่วนตัวท่านเองไม่ได้อยู่ในห้องนั้น กลับออกมานอน
ข้างนอกท่ามกลางกองสมุนไพรบนเสื่อหมอนเล็กๆทั้งนี้เพื่อความสะดวกของบรรดาชาวบ้านที่จะมาขอความช่วยเหลือจากท่าน
หลวงพ่ออี๋มีความเชี่ยวชาญในด้านสมถะวิปัสสนาธุระมาก คือคล่องแคล่วในการเข้าใน
ออกนอกและในการพักจิตอยู่เป็นกสิณ เมื่อท่านปราถนาจะสำรวมจิตแล้วไม่มีอะไรมาขัด
ขวางทางเดินภายในของท่านได้ ท่านสามารถยกจิตให้พ้นจากเวทนาได้เสมอโดยไม่เคยปริ
ปากบ่นในเรื่องทุกขเวทนาใดๆให้ผู้อื่นได้ยินเลยแม้เจ็บป่วย ก็ยังคงอยู่ในอาการอันสงบจน
หมดอายุขัยท่านด้านวัตถุมงคลท่านสร้างไว้ให้เป็นขวัญและกำลังใจของประชาชนไว้แจก
ทหารเรือหรือเสื้อยันต์ ผ้าพันหมวก ที่ขึ้นชื่อมากที่สุดในบรรดาเครื่องรางของท่านเห็นจะ
ได้แก่ " ปลัดขิก " ที่มีชื่อเสียงในด้านมงคล ทำมาค้าขึ้นที่ผู้คนนิยมเช่าไปบูชากัน
ภาพวาดพระจริยวัตรหลวงพ่ออี๋
หลวงพ่ออี๋เริ่มอาพาธ ด้วยอาการฝีที่คอตั้งแต่เดือนมีนาคม พ.ศ.2489 ท่านไม่ได้ใส่ใจที่จะรักษาโดยปรารภว่ามันคงมาเอา
ชีวิตของท่าน ท่านเองได้แต่เอายาสมุนไพรของท่านเองปิดบ้างพอกบ้างก็ไม่ทุเลาลงเลย แต่ท่านก็ไม่ได้หยุดการรับนิมนต์ไปในที่ใดๆ
จนโรคฝีได้กำเริบมาจนวันเข้าพรรษา แล้วพิษของมันต้องทำให้ท่านพักการทำวัตรสวดมนต์ กำลังของท่านเริ่มถดถอยลงตามลำดับ
แม้มีผู้ห่วงใยแนะนำให้ท่านเข้าโรงพยาบาลเพื่อทำการรักษาแต่ท่านก็ปฏิเสธและบอกว่า
" ช่างมันเถอะ มันเป็นกรรมเก่าที่เจ้ากวาง
หนองไก่เตี้ย มันมาตามทวงเอาชีวิต " ท่านบอกกับคนใกล้ชิดว่าเมื่อชาติก่อนท่านเคยไปยิงกวางที่หนองไก่เตี้ยถูกที่ซอกคอของเจ้า
กวางทำให้กวางถึงแก่ความตายในที่สุดกรรมนั้นจึงมาให้ผลในชาตินี้ท่านอยากจะชำระหนี้ให้เสร็จสิ้นเสียที จนเมื่อพอถึงวันที่ 20

กันยายน พ.ศ.2489 ตรงกับแรม 10 ค่ำเดือน 10 ปีจอเวลา 20.35 น.หลวงพ่อบอกให้พระที่เฝ้าพยาบาลท่านอยู่พยุงท่าน
ลุกนั่งแล้วสั่งไม่ให้ใครแตะต้องตัวท่านนั่งทำสมาธิตัวตรงแล้วทุกคนก็ตกใจกันสุดขีดเมื่อไม้กระดานแผ่นหนึ่งในกุฏิล้มโครมมาฟาด
กับพื้นและแผ่นกระจกแตกกระจายทั่วพื้นพอหายตกใจได้สติก็รีบหันมาดูหลวงพ่อซึ่งตรงกับเวลา 21.05 น.ท่านก็ปราศจากลม
หายใจเข้าออกเสียแล้วทุกคนต่างอยู่ในอาการเศร้าเมื่อข่าวของหลวงพ่ออี๋มรณภาพแพร่สะพัดออกไป ชาวบ้านต่างก็อยู่ในอาการ
เศร้าสร้อย และหลวงพ่ออี๋ท่านมรณะภาพสิริรวมอายุของท่านได้ 82 ปี แม้เวลาจะผ่านไปนานจนถึงในปัจจุบันชื่อเสียงของท่าน
ก็ยังเป็นที่บอกกล่าวเล่าขานกันสืบต่อมา และบารมีของท่านและวัดสัตหีบ (วัดหลวงพ่ออี๋) ก็ยังคงอยู่ตราบนานเท่านาน.



>> Sattahipbeach.com ไม่สงวนลิขสิทธิ์ หากต้องการนำข้อมูลต่างๆไปใช้เพื่อเป็นประโยชน์แก่ท่านหรือส่วนรวม <<
>> การนำรูปภาพ หรือ บทความ ที่สมาชิกส่งเข้ามาไปใช้กรุณาให้เครดิตแก่เจ้าของผลงานนั้นด้วย...นะเออ <<
| ติดต่อสัตหีบบีช | (อัพเดทล่าสุด 13102009/Y7)