กลับสู่หน้าเมนูหลัก
แนะนำท่องเที่ยวสัตหีบ
ข้อมูลที่พักในสัตหีบ
ข้อมูลร้านอาหารในสัตหีบ
การเดินทางมาเที่ยวสัตหีบ
มีภาพสวยๆให้ชมกัน
แนะนำกีฬาน่าสนใจ



สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ได้ทรงมีพระราชกระแสรับสั่งแนะนำแนว
ทางในการสร้างความรู้ความเข้าใจ  ในเรื่องเกี่ยวกับการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติไว้หลายครั้งโดยในครั้ง
หนึ่งเมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ พ.ศ 2536 ได้ทรงมีพระราชกระแสรับสั่งว่า ......................................................

" การสอนให้เด็กมีจิตสำนึกในการอนุรักษ์พืชพรรณนั้น ควรใช้วิธีการปลูกฝังให้เด็ก

เห็นความงดงามความสนใจ และก่อให้เกิดความปิติที่จะทำการศึกษาและอนุรักษ์พืชพรรณต่อไป
การใช้วิธีการสอน การอบรมให้เกิดความรู้สึกกลัวว่าหากไม่อนุรักษ์แล้ว จะเกิดผลเสีย เกิดอันตราย
แก่ตนเอง จะทำให้เด็กเกิดความเครียด ซึ่งจะเป็นผลเสียต่อประเทศในระยะยาว "
และในโอกาสเดียวกันนั้น ยังได้ทรงมีพระราชกระแสรับสั่งเพิ่มเติมด้วยว่า
" ตามเกาะต่างๆมีพืชพรรณอยู่มาก แต่ยังไม่มีผู้สนใจ จึงน่ามีการสำรวจพืชพรรณตามเกาะด้วย "

ต่อมาในปี พ.ศ. 2541 ได้ทรงพระราชทานแนวทางในการปฏิบัติแก่กองทัพเรือ   ในการดำเนินงานกิจกรรมสร้างจิตสำนึกของโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอัน
เนื่องมาจากพระราชดำริฯ ที่เกาะแสมสารว่าควรพิจารณาปฎิบัติตามรูปแบบของอุทยานแห่งชาติเกาะปอร์กอรอลส์ และเกาะปอร์โคร์ส ที่ฝรั่งเศสซึ่งเสด็จพระ
ราชดำเนินเยี่ยมเยียนในปี พ.ศ. 2538 และทรงมีความประทับใจในวิธีการให้ความรู้ความเข้าใจในด้านพันธ์ไม้และระบบนิเวศต่อเยาวชนในลักษณะที่เป็นพิพิธ
ภัณฑ์ที่มีชีวิตอันก่อให้เกิดความรู้สึกผูกพันกับธรรมชาตินอกจากนี้สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี ยังได้ฝากงานอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ
ทางทะเล โดยมีพระราชกระแสต่อผู้บัญชาการทหารเรือเมื่อวันที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ.2544 ว่า " ให้กองทัพเรือทำงานนี้ เพื่อความมั่นคงของประเทศ "
" พิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยาเกาะและทะเลไทย " เกิดขึ้นจากกองทัพเรือ มุ่งหน้าที่จะดำเนินงานโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจาก
พระราชดำริฯ ที่เกาะแสมสารโดยในส่วนของพิพิธภัณฑ์ตั้งอยู่บนฝั่งสัตหีบตรงข้ามเกาะแสมสาร รวมทั้งมีการจัดสร้างสวนพฤกษศาสตร์ และเส้นทางของการ
ศึกษาธรรมชาติบนเกาะแสมสาร เพื่อช่วยในการสร้างความรู้ความเข้าใจและจิตสำนึกแก่เยาวชน ตามแนวทางพระราชดำริของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ
พิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยาเกาะและทะเลไทย ตั้งอยู่ริมทะเลบริเวณเขาหมาจอตำบลแสมสาร อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี ในจุดที่อยู่ตรงข้ามเกาะแสมสารโดย
มีพื้นที่ประมาณ 16 ไร่  สิ่งก่อสร้างมีลักษณะเป็นอาคารไต่ระดับเขา ถึงยอดเขา เพื่อให้มองเห็นทัศนียภาพมุมกว้างไกล และความลึกของทะเล  โดยมุ่งที่จะให้
ผู้ชมมองเห็นความงดงามของท้องทะเล แล้วเกิดจินตนาการและความปลื้มปิติในการที่จะรักษาทรัพยากรธรรมชาติไว้ตามแนวทางพระราชดำริ.
พิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยาเกาะและทะเลไทย
ในปัจจุบันเปิดให้เข้าชมได้ใน
อาคาร 1, อาคาร 2, และอาคาร 5
ท่านสามารถชมภาพของทัศนียภาพของพิพิธภัณฑ์ด้านล่างนี้
" ภาพอาคารพิพิธภัณฑ์ ถ่ายจากมุมทะเล "
" ทางเข้าด้านหน้า ของพิพิธภัณฑ์ "
" พิพิธภัณฑ์ตั้งอยู่บนเขา ควรเตรียมร่างกายให้พร้อม "
" มุมที่แตกต่าง "
" พอเหนื่อยก็นั่งพัก ชมวิวซักที "
" จุดชมวิว ของพิพิธภัณฑ์ "
" เกาะแสมสาร "
" ทะเลสวยเชียว "
เนื้อหาในการจัดแสดง สำหรับพิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยาเกาะและทะเลไทยแห่งนี้ ในหลักทางสากลเราจะเรียกว่า NATURAL HISTORY MUSEUM
อันเป็นสถานที่รวบรวมและจัดแสดงวัตถุในทางธรรมชาติทั้งในด้านธรณีวิทยา พฤกษศาสตร์ สัตวศาสตร์ทางทะเลที่เป็นแห่งแรกของประเทศไทย สมเด็จพระ
เทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงเสด็จพระราชดำเนินเปิดพิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยาเกาะและทะเลไทย  ในโอกาสงานประชุมวิชาการนิทรรศการ
" ทรัพยากรไทย ประโยชน์แท้แก่มหาชน " เมื่อวันที่ 30 ตุลาคม พ.ศ.2550 ภาพที่ทรงเสด็จฯเปิดพิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยาเกาะและทะเลไทยนับเป็นสิ่งหนึ่งที่
ทหารเรือภาคภูมิใจ  อันจะเป็นประโยชน์ต่อประเทศภายภาคหน้า และเป็นการสนองพระราชกระแสของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี
ที่ได้ทรงพระราชทานแก่ผู้บัญชาการทหารเรือเมื่อปี พ.ศ.2544 โดยที่มีใจความว่า " กองทัพเรือทำงานนี้เพื่อความมั่นคงของประเทศ "
" อาคาร 1 โซน A "
" ตามรอยเท้าพ่อ "
" เรียนรู้ทรัพยากร "
" การใช้ประโยชน์ และการสร้างจิตสำนึก "
" แสดงรายละเอียดชัดเจน "
" ผู้ที่เข้ามาเยี่ยมชม "
" โซน B "
" ความสัมพันธ์ระหว่าง หิน ดิน และชีวิต "
" รูปแบบของ ดิน หิน แร่ "
" จำลอง ฟอสซิล "
" ย้อนยุค ไปในอดีต "
อาคารหลังที่ 1 : เทิดพระเกียรติมหาราช
ส่วนแรกโซน A: เป็นการนำเสนอวัตถุประสงค์และความเป็นมาโครงการ
อนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ตามพระราชปณิธาน
" เดินตามรอยเท้าพ่อ " และพระราชดำริเพิ่มเติมในฐานะที่ทรงเป็น
" เจ้าฟ้านักอนุรักษ์ " ในการเรียนรู้ และการสร้างจิตสำนึกที่ดี
ส่วนที่สองโซน B: เป็นการจัดแสดงโดยมุ่งเน้นความสัมพันธ์ระหว่าง
หิน ดิน และชีวิต และรูปแบบชนิดของดินหินแร่เรื่องราวของฟอสซิลหรือ
ซากดึกดำบรรพ์ที่คณะสำรวจของโครงการฯ ค้นพบที่จังหวัดพังงา
อาคารหลังที่ 2 : ปวงปราชญ์ร่วมรวมใจ
ส่วนแรกโซน A: เสนอระบบนิเวศของป่า พรรณพืชและสัตว์
ความหลากหลายทางชีวภาพสังคมพืชในประเทศไทยจำลอง
ระบบนิเวศป่าชายเลน ตัวอย่างงานวิจัยในโครงการ อพ.สธ.
ส่วนที่สองโซน B: มุ่งเสนอในหัวข้อผู้ย่อยสลายในธรรมชาติ
เช่นปลวก จุลินทรีย์ดิน หรือเห็ดราซึ่งเป็นปัจจัยหนึ่งที่สำคัญ
ในธรรมชาติ ที่ก่อให้เกิดความสมดุลย์ของระบบนิเวศวิทยา
ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญใน ห่วงโซ่อาหารและสายใยอาหาร
" โซน A อาคาร 2 "
" ทรัพยากรที่มีค่า "
" จากป่าบนภู สู่ชายเลน "
" จำลองสภาพป่า "
" มีซาวด์ประกอบ การบรรยายด้วย "
" มีคำอธิบายให้กับผู้เยี่ยมชม "
" ส่วนหนึ่งของผู้เยี่ยมชม "
" ทำเหมือนจริง "
" ส่วนที่ 2 โซน B "
" ผู้ย่อยสลายในธรรมชาติ "
" มุมของ เห็ดรา "
" ผู้เข้าชม ให้ความสนใจ "
" บ้านปลวก "
" ผมก็มีประโยชน์นะครับ "
" อาคารหลังที่ 5 "
" พิทักษ์ศักยภาพทะเลไทย "
" เรียนรู้ด้วยตนเอง "
" ความสำคัญ ของทะเลไทย "
" วีรกรรมของทหารเรือ "
" ภารกิจช่วยเหลือ ผู้ประสบภัย "
" โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ "
" กำลังใช้สมาธิ "
" เทิดไทมหาราชา "
" พระมหากษัตริย์ กับกองทัพเรือ "
อาคารหลังที่ 5 : พิทักษ์ศักยภาพทะเลไทย
อาคารพิทักษ์ศักยภาพทะเลไทย เป็นอาคารบนยอดเนินเขาหมาจอ
หันออกสู่ทะเลในมุมกว้าง   เป็นที่จัดแสดงงานของกองทัพเรือในการ
พิทักษ์รักษาอธิปไตยของชาติทางทะเลและในด้านการสนับสนุนการ
พัฒนาประเทศ การช่วยเหลือประชาชน รวมทั้งการเข้าร่วมโครงการ
อนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริฯ และวีรกรรม
ของกองทัพเรือที่เกิดขึ้นในอดีตให้ผู้เข้าชมได้รับทราบเรื่องราว
คำแนะนำการเข้าชม ผู้เข้าชมควรมีสุขภาพแข็งแรงเพราะพิพิธภัณฑ์
ตั้งอยู่บนเขา  และเด็กๆควรมีผู้ปกครองคอยดูแลไม่ให้วิ่งเล่นเองตาม
ลำพังอาจเกิดอุบัติเหตุได้      และในความเห็นส่วนตัวผมเองเนื่องจาก
พิพิธภัณฑ์เปิดให้เข้าชมได้เพียงบางตึก   เนื่องจากความไม่พร้อมของ
สถานที่  ดังนั้นจึงอยากไม่อยากให้เพื่อนๆตั้งเป้าในการเข้าชมไว้มาก
นักเพราะว่ายังไม่ค่อยพร้อมเท่าไหร่นัก    แต่ที่นี่จะเด่นมากในช่วงที่มี
การจัดกิจกรรมในแต่ละเทศกาลของเด็กๆ และเยาวชนครับ.....
" ภาพอุบัติเหตุ จากเด็กวิ่งเล่น แบบไม่ระวัง "
" หัวแตกนะครับ ต้องไปเย็บข้างล่าง "
วันและเวลาเปิดให้เข้าชมพิพิธภัณฑ์ฯ
วันอังคาร-วันอาทิตย์ เวลา 9.00 น. - 17.00 น.
หยุดทำการในทุกๆวันจันทร์
ค่าบำรุงพิพิธภัณฑ์ฯ
-นักเรียนไม่เกินชั้น ม.6 คนละ 20 บาท
-ผู้ใหญ่คนละ 50 บาท                         
ติดต่อสอบถาม:  038-432471, 038-432475
เข้าชมเว็บไซต์:  
www.tis-museum.org
( ท่านสามารถคลิ๊กที่รูปเพื่อดูภาพขยาย )



>> Sattahipbeach.com ไม่สงวนลิขสิทธิ์ หากต้องการนำข้อมูลต่างๆไปใช้เพื่อเป็นประโยชน์แก่ท่านหรือส่วนรวม <<
>> การนำรูปภาพ หรือ บทความ ที่สมาชิกส่งเข้ามาไปใช้กรุณาให้เครดิตแก่เจ้าของผลงานนั้นด้วย...นะเออ <<
| ติดต่อสัตหีบบีช | (อัพเดทล่าสุด 19102009/Y7)